สตง.เรียกคืนเงินทุนการศึกษา
ชื่อผู้เขียน :  phiphat
วันเวลาที่เขียน :  29 ส.ค. 54     จำนวนผู้เยี่ยมชม :  8287  คน
 

สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ ๒ (ภาคกลาง-ตะวันออก) ท้กท้วงกรณีอปท.ให้ทุนการศึกษาและเจ้าหน้าที่ของอปท.ตามหลักเกณฑ์มหาดไทย ชี้มหาดไทยไม่มีอำนาจออกหลักเกณฑ์ลักษณะนี้ พร้อมนี้ยังมีกรณีสตง.ห้ามส่วนราชการขอเงินอปท.

          ระส่ำไปทั้งภาคตะวันออก เมื่อ สตง.ภูมิภาคที่ ๒ ทักท้วง กรณี อปท.ให้ทุนการศึกษาแก่บุคลากรของ อปท.ไม่ว่าฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายข้าราชการประจำ ระบุ กระทรวงมหาดไทย ไม่มีอำนาจออกหลักเกณฑ์เพื่อให้ อปท.จ่ายเงินทุนการศึกษาได้ ให้เรียกคืนเงินที่จ่ายไปแล้ว และห้ามตั้งงบประมาณเพิ่มเติม

รายละเอียดคลิกที่นี่

 

          พร้อมกันนี้ สตง.ยังมีหนังสือลงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ แจ้งปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ระงับการขอรับเงินอุดหนุนจากอปท. พร้อมให้มหาดไทยทบทวน การมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณายกเว้นผ่อนผันการปฏิบัติตามระเบียบมหาดไทยเกี่ยวกับการเงินและพัสดุ โดยให้ อปท.ขอยกเว้นโดยตรงต่อ มหาดไทยเท่านั้น

รายละเอียดคลิกที่นี่

 

          ทั้ง ๒ กรณี กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่า จะให้ อปท.ปฏิบัติอย่างไร โดยเฉพาะกรณีแรก อปท.หลายแห่งได้หารือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้ว แต่กรมส่งเสริมฯยังไม่ตอบข้อหารือว่าอย่างไร หรือจะให้ปฏิบัติอย่างไร จะระงับไว้ก่อน ก็ไม่ชัดเจน จะให้จ่ายไปก่อนก็ไม่ตอบ ทำให้ อปท.หลายแห่งอึดอัดกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

         กรณีการให้ทุนการศึกษา กรมส่งเสริมฯควรรีบแจ้งเวียนให้ อปท.ทราบถึงแนวทางปฏิบัติโดยเร็ว เพราะหาก กระทรวงมหาดไทย ไม่มีอำนาจออกหลักเกณฑ์ดังกล่าวจริง แล้วเงินที่จ่ายไปใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หรือกรมส่งเสริมฯจะหางบประมาณมาชดเชย กรณีนี้หรือไม่ คงต้องรอต่อไป.....

 

สตง.เรียกเงินคืนใครควรรับผิดชอบ / ผู้รับทุน / ผู้ให้ทุน / ผู้ออกหลักเกณฑ์ ร่วมโหวต คลิกที่นี่

 

ทีมงานกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น.....รายงาน

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔

 

 
 
ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  1
โดย :  คนท้องถิ่น
วันเวลาที่เขียน :  30 พ.ย. 56 15:34:28 น.
 

เรียกเงินคืน ไม่รวมดอกเบี้ย ก็ดีแล้วนี่คะ

 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  2
โดย :  อบต
วันเวลาที่เขียน :  07 ธ.ค. 55 15:36:27 น.
 

 องค์การบริหารส่วนตำบล มีชื่อย่อเป็นทางการว่า อบต. มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็น ราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 6 พ.ศ. 2552 โดยยกฐานะจากสภาตำบลที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกันสามปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  3
โดย :  คนท้องถิ่นเหมือนกัน
วันเวลาที่เขียน :  19 ก.ย. 55 20:53:07 น.
 

 ในฐานะที่เป็นคนท้องถิ่นเหมือนกันและเป็นนักการเมืองเหมือนกัน แต่ตอนนี้เป็นอดีตไปแล้ว ตนเองก็ได้รับทุนการศึกษาที่ท้องถิ่นจัดให้ แต่ไม่เคยทำตนเสื่อมเสียใช้ทุนให้เกิดประโยชน์ ไม่เคยทำให้ท้องถิ่นเสื่อมเสียและรู้ว่าทุนที่เราได้มาเป็นภาษีของราษฏร ไม่เคยโดดเรียน ตั้งใจเรียน เพื่อท้องถิ่น และได้นำความรู้ที่ได้มาช่วยเหลือประชาชนที่ถูกนักการเมืองบางคน บางกลุ่ม ครอบงำ เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน ไม่เคยรักประชาชน นักการเมืองจะมีอยู่ สองประเภท นักการเมืองอาชีพ กับนักการเมืองที่หวังเข้ามาเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ การได้ทุนการศึกษาเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากร และนักการเมืองให้มี Vision ในการมองให้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ ถ้านักการเมือง และบุคคลากรได้รับการพัฒนา ประเทศชาติก็มิต้องแบ่งแยกสีอย่างเช่นปัจจุบัน ฉะนั้นการได้รับทุนเรียนเป็นสิ่งที่ดีควรเปิดโอกาสให้กับทุกๆคน ที่สำคัญทุนที่เรียนก็เป็นภาษีที่พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง และของตัวนักการเมือง และข้าราชการด้วยเหมือนกัน เปิดโอกาสให้เขาเถอะค่ะ เปิดใจให้กว้างและยอมรับกับสิ่งนี้แล้วสังคมเราจะพัฒนาค่ะ

 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  4
โดย :  สิริ
วันเวลาที่เขียน :  19 ก.ค. 55 12:57:12 น.
 

 ตามหนังสือซักซ้อมการตั้งงบประมาณ 56  ไม่มีแนวทางในการตั้งงบประมาณ ทุนการศึกษาของ อปท. อยากทราบคำตอบว่าสามารถตั้งได้หรือไม่อย่างไร ขอบคุณมากค่ะ

 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  5
โดย :  คนรากหญ้า
วันเวลาที่เขียน :  30 เม.ย. 55 17:55:50 น.
 

ขอทราบความเคลื่อนไหวกรณีดังกล่าวด้วยครับ  เนื่องจากกระผมไปอบรมที่  สพบ. มาเมื่อ25-28 เม.ย. มีวิทยากร จาก  สตง. แจ้งให้ทราบเหมือนกันว่าถ้ารู้แล้วก็อย่าเบิก  ตรงนีพอมีใครทราบรายละเอียดบ้างครับเนื่องจากพึ่งเริ่มเรียนแล้วหน่วยงานยังไม่กล้าเบิกให้ครับ  รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยครับ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  6
โดย :  คนเทศบาล
วันเวลาที่เขียน :  06 เม.ย. 55 21:11:09 น.
 

คุณความคิดเห็นที่ 7 คนทำงานใน อบต.   แสดงว่าคุณไม่ได้เรียนและไม่ได้ทำการศึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ว่ามีกี่ขั้นตอนมีอะไรบ้าง และหลักการปกครองของรัฐศาสตร์ อย่ามองเพียงโลกแคบ ๆ คนที่ทำงานดี ๆ ก็มีมากมาย เรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ เพื่อยังประโยชน์ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ความรู้ที่ได้ก็นำมาพัฒนาท้องถิ่น ถ้าคนเราขาดความรู้ก็เหมือนกบในกะลาที่ถูกครอบไว้ วิวัฒนาการไปไกลแต่ความคิดไม่ได้มีการพัฒนาให้ทันโลกทันเหตุการณ์แล้วเราจะนำอาวุธอะไรไปต่อสู้เพื่อให้ท้องถิ่นเกิดการพัฒนา ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีคุณภาพชีวิตที่ดีล่ะ  เราทำงานเป็นข้ารับใช้ประชาชน ดังนั้น เราควรจะได้โบนัสหรือรางวัลชีวิตจากประชาชนบ้างจะเป็นไรไป คิดว่าประชาชนเขาคงดีใจที่ท้องถิ่นเกิดการพัฒนาทำให้เขามีเงินมีรายได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากกว่าที่เป็นอยู่ เพียงแค่เสียสละเงินเล็กน้อยชีวิตก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  7
โดย :  ผู้รู้
วันเวลาที่เขียน :  18 พ.ย. 54 13:54:37 น.
 
 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  8
โดย :  คนทำงาน
วันเวลาที่เขียน :  09 พ.ย. 54 22:30:16 น.
 
 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  9
โดย :  คนท้องถิ่น
วันเวลาที่เขียน :  29 ต.ค. 54 10:00:40 น.
 
 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  10
โดย :  ขนิษฐา วิเศษสาธร
วันเวลาที่เขียน :  20 ต.ค. 54 14:32:24 น.
 

ขอคำตอบที่ชัดเจนเพราะพึ่งจะเรียนจบ จะได้ทำใจไว้ล่วงหน้า

 

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  11
โดย :  ขนิษฐา วิเศษสาธร
วันเวลาที่เขียน :  20 ต.ค. 54 14:29:29 น.
 
 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  12
โดย :  ท้องถิ่นชายแดน
วันเวลาที่เขียน :  06 ต.ค. 54 15:17:33 น.
 

ช่ายๆ เพราะตอนนี้ สตง.มีหนังสือเรียกเงินคืน จะทำอย่างไรคะ ผู้รู้ช้วยแนะนำหน่อยได้มั้ย

แล้ว ท้องถิ่นอื่นที่ สตง.ยังไม่เข้าเค้าก็ยังเบิกกันตามปกติ

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  13
โดย :  คนทำงานในอบต.
วันเวลาที่เขียน :  25 ก.ย. 54 14:43:37 น.
 

เห็นด้วยหากไม่ให้มีการเบิกจ่ายเงินภาษีอากรของประชาชนไปเป็นทุนการศึกษาของบุคลากรท้องถิ่น (ฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ)   การเรียนเป็นเรื่องส่วนตัวจริง ๆ ปัจจุบันส่วนใหญ่คนพวกนี้ใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น   นักการเมืองเรียนเพื่อเอาใบปริญญาอวดชาวบ้านหรือหัวคะแนน  ส่วนพนักงานส่วนตำบลก็เอาใบริญญาเพื่อไว้ปรับวุฒิ+เลื่อนระดับตำแหน่ง  โดยไม่มีความรู้มากขึ้นแต่อย่างใด    และการทำงานไร้ประสิทธิเหมือนเดิม  ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนหรือส่วนรวมแต่อย่างใด  ส่วนใหญ่บุคลากรท้องถิ่น (ผู้บริหาร+ส.อบต.+พนักงานส่วนตำบล บางคน)  คิดทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น  แบ่งปันผลประโยชน์ไปวัน ๆ    เอาประชาชนเป็นเพียงข้ออ้าง   (เสียดายหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจริง ๆ)

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  14
โดย :  คนท้องถิ่นไทย
วันเวลาที่เขียน :  25 ก.ย. 54 14:20:17 น.
 

เห็นด้วยหากไม่ให้มีการเบิกจ่ายเงินภาษีอากรของประชาชนไปเป็นทุนการศึกษาของ นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่น   การเล่าเรียนเป็นสิทธิประโยชน์ส่วนตัวล้วน ๆปัจจุบันส่วนใหญ่พวกนี้ทำงานยังไม่คุ้มค่ากับเงินภาษีอากรของประชาชน  เงินเดือนหรือค่าตอบแทนสูงมากแล้วหากเปรียบเทียบกับตอนตั้งอปท.ครั้งแรก  ประธานกรรมการบริหาร อบต.1,000 บาท,ส.อบต.500 บาท  ปัจุบันนายก อบต.20,000 บาทขึ้นไป,ส.อบต.6,000 บาทขึ้นไป   การทำงานก็เท่าเดิม    แถมผู้บริหาร+เจ้าหน้าที่ฯ  ยังร่วมกันxxxมากขึ้นไปเรื่อย ๆ  ส.อบต.ก็ไร้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ในสภาฯ ไม่มีการท้วงติงในการxxxฯ แถมส.อบต.บางคนยังไปเป็นผู้รับเหมาอีกต่างหาก แทนที่จะเป็นตัวแทนประชาชนทำหน้าที่ในการตรวจสอบ  ขอให้สตง.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังนะครับ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนคนส่วนใหญ่ของท้องถิ่น (ผมก็เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น มีสิทธิเบิกแต่ก็ยังไม่เคยเบิกเพราะการเรียนมันเป็นสิทธิประโยชน์ส่วนตัวจริง ๆ ครั้บ)

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  15
โดย :  ข้าราชการท้องถิ่น
วันเวลาที่เขียน :  15 ก.ย. 54 15:58:56 น.
 

กระทรวงมหาดไทย  ได้ทำหนังสือชี้แจงไปยัง  สตง.แล้ว  ได้ทำถูกต้องตามระเบียบทุกประการ  แต่ในขณะนี้  สตง.  ยังไม่ตอบกลับมาว่าประการใด  อาจต้องมีการฟ้องร้องกัน....แต่ในขณะนี้  กระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  ยังไม่มีคำสั่งให้ระงับการให้ทุนแต่อย่างใด

 

ข้อความ ความคิดเห็นที่ :  16
โดย :  ขอคำตอบที่ถูกต้องด่วน
วันเวลาที่เขียน :  07 ก.ย. 54 10:23:13 น.
 

ใครพอมีคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้กรุณาชี้แจ้งให้เข้าใจด้วย เพราะตอนนี้กำลังต้องการที่จะศึกษาต่อ

 


กระดานสนทนา แสดงความคิดเห็น
 
ชื่อผู้โพส : 
อีเมล์ : 
รหัสตรวจสอบ :  รหัสตรวจสอบ  ตัวเล็ก ตัวใหญ่ มีผลต่างกัน
พิมพ์รหัสตรวจสอบ :